มหา'ลัยเหมืองแร่ (พ.ศ.2548)
The Tin Mine


จากค่ายหนังสุดพังค์อย่าง GTH หรือ GDH นั่นเอง
ภาพยนตร์ไทยที่เขียน บทโดย  จิระ มะลิกุล 
จากหนังสือของคุณ  อาจินต์ ปัญจพรรค์
จากทุนสร้าง 70 ล้านบาท แต่รายได้เป็น 30 ล้านบาท
รางวัลภาพยนตร์ยอดเยี่ยมถึง 3 สถาบันจากรางวัลสุพรรณหงส์
ชมรมวิจารณ์บันเทิงและคมชัดลึกอวอร์ด
นักแสดงหลัก : พิชญะ วัชจิตพันธ์ รับบท อาจินต์
นิรันต์ ชัตตาร์ รับบท พี่จอน ,แอนโทนี โฮวาร์ด กูลด์ รับบท นายฝรั่ง

มหา'ลัยเหมืองแร่ เป็นหนังเกี่ยวกับ ผู้ชายคนหนึ่งที่ต้องเผชิญชีวิตที่ลำบาก โดย ปีพ.ศ. 2492 อาจินต์ ปัญจพรรค์ วัย 22 ปี นักศึกษาชั้นปีที่สองจากคณะวิศวกรรมศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย ถูกรีไทร์ออกจากมหาวิทยาลัย 

เขาเดินทางไปภาคใต้ อาศัยรถขนหมูจากภูเก็ต มุ่งหน้าไปทำงานที่เหมืองกระโสม ตำบลกระโสม อำเภอตะกั่วทุ่ง จังหวัดพังงา

หลังจากได้พบและสัมภาษณ์งานกับ นายฝรั่ง (Anthony Howard Gould) เขาได้ฝึกงาน ติดตามนายฝรั่ง และทำงานใช้แรงงานแทนคนงานของเรือขุดสายแร่ดีบุก ณ ที่นี้ จากชีวิตนักศึกษาชั้นปี 2 จากมหาวิทยาลัยดัง ชีวิตปี 1 ใน มหา'ลัย เหมืองแร่ ได้เริ่มขึ้นแล้ว...



















           การทำงานที่เหมืองแร่                          


พี่จอน



ไอ้ไข่


Reviewตามใจฉัน
สำหรับหนังเรื่องนี้เป็นหนังไทยในดวงใจกันเลยทีเดียว เนื่องจากเนื้อเรื่องต่างๆหรือความรู้สึกของตัวหนังค่อนข้างออกแนว การใช้ชีวิตที่มีพบก็ต้องมีจากและความสำคัญของมิตรภาพ ความรู้สึก ความอดทน ความลำบาก ความรัก และ ความสุข ดูหนังเรื่องนี้แล้วรู้สึกประทับใจมันอาจไม่ได้สนุกหรือน่าตื่นเต้นมากมายแต่มันเป็นเรื่องราวของชีวิตคนๆหนึ่งที่ต้องมาเจออะไรที่มันแปลกๆ ผู้คนที่นิสัยแปลกๆหรืออะไรหลายๆอย่างที่มันคลาสสิกสุดๆอย่างฝนตกพรำๆ พื้นดินเฉอะแฉะ พื้นที่ก็ค่อนข้างกันดารร้านค้าก็ไม่ค่อยจะมีซึ่งที่เหล่านี้มันก็สอนให้เราเข้าใจถึงรสชาติชีวิตที่เราอาจจะหาไม่ได้ในห้องเรียน ตัวละครทุกตัวมีเหตุผลของตนเอง อย่าง พี่จอนกับพี่เลิศที่นักเลงพอตัวเลย แต่พอถึงเวลาของมันเราจะมายึดติดไม่ได้จึงทำได้แค่ปล่อยมันไป เรื่องนี้อาจมีฉากที่ทุกคนมานั่งรวมกันล้อมวงกินเหล้า ซึ่งมันไม่ได้แปลกอะไรสำหรับชีวิตที่สบายๆ ไม่ได้อะไรมาก แต่หนังก็สอนให้รู้ว่า ดื่มแล้วมันก็ไม่ได้ดีอะไรก็แค่ทำให้ลืมเรื่องเศร้าๆไปก็เท่านั้น อย่างเจ้าของร้านเหล้า ร้านขายของซึ่งรวมอยู่ในร้านเดียว ก็ขี้งกเก็บทุกบาททุกสตางค์ แต่สุดท้ายเขาก็ได้รู้ว่าเงินเหล่านั้นมันก็ไม่ได้จำเป็นเท่ามิตรภาพ ในตอนจบของเรื่องทำเอาน้ำตาซึมไปเลยไม่นึกว่าหนังจะพาความรู้สึกของเราให้ประทับใจได้ มันทำให้เรารู้ว่า ไม่มีใครอยากที่จะจากลา แต่ถึงแม้ว่าต้องแยกจากกัน มิตรภาพ ความรู้สึกทั้งหลายก็ไม่ได้ลดลงถดถอยลงเลย...

สำหรับเรื่องนี้ให้ 8/10 เลย

ขอขอบคุณแหล่งข้อมูลจาก วิกิพีเดีย

ความคิดเห็น

บทความที่ได้รับความนิยม