Life of Pi (2012)

IMDB : 8.0/10
ประเภท : Adventure, Drama, Fantasy 
ความยาวของภาพยนตร์ : 2 ชั่วโมง 7 นาที
นักแสดง :  Suraj Sharma, Irrfan Khan, Adil Hussain
เนื้อเรื่อง : นวนิยายเริ่มต้นด้วยหมายเหตุของผู้เขียนซึ่งอธิบายถึงการเดินทางไปอินเดีย ซึ่งที่อินเดียนี้เองที่เขาได้พบกับชายคนหนึ่งชื่อ ฟรานซิส อะดิรุบาสามี ในร้านกาแฟแห่งหนึ่งในเมืองพอนดิเชอร์รี ผู้เขียนกล่าวกับชายคนนั้นว่า เขาต้องการแรงบันดาลใจ ชายคนนั้นตอบกลับมาว่า "ฉันมีเรื่องเล่าจะเล่า ฟังแล้วคุณจะมีศรัทธาในพระเจ้านะ" แล้วเขาก็อ้างถึง พิสซีน โมลิตอร์ พาเทล ซึ่งเป็นผู้ดำเนินเรื่องตั้งแต่ภาคแรกเป็นต้นไป
      ในบทแรก พายเล่าเกี่ยวกับครอบครัวของเขา ซึ่งประกอบด้วย พ่อ แม่ และพี่ชายชื่อระวี พ่อเป็นเจ้าของสวนสัตว์พอนดิเชอร์รี แม่เป็นนักอ่านตัวยง และมักแนะนำเขาให้อ่านวรรณกรรมต่าง ๆ ซึ่งทำให้พายได้เรียนรู้แนวความคิดจากสำนักต่าง ๆ โรงเรียนที่พายเข้าเรียนเต็มไปด้วยบรรดาครูที่น่าทึ่ง โดยเฉพาะครูกุมาร ครูสอนวิชาชีววิทยาซึ่งเป็นแรงบันดาลใจให้กับพาย
      ชื่อของพาย (พิสซีน โมลิตอร์ , Piscine Molitor) ได้มากจากชื่อของสระว่ายน้ำที่มีชื่อเสียงแห่งหนึ่งในฝรั่งเศส พ่อแม่ของพายเป็นเพื่อนกับฟรานซิส อะดิรุบาสามี (คนที่ผู้เขียนอ้างถึงในหมายเหตุของผู้เขียน) ซึ่งเป็นนักว่ายน้ำระดับโลกและชอบพูดถึงสระพิสซีน โมลิตอร์ ต่อมาพายเป็นคนเปลี่ยนชื่อตัวเอง เนื่องจากเขามักจะโดยเพื่อน ๆ ที่โรงเรียนเรียกว่า Pissing (เป็นศัพท์สแลงในภาษาอังกฤษ แปลว่า 'ปัสสาวะ') ที่ออกเสียงคล้ายกัน เมื่อพายย้ายโรงเรียน ก็ได้แนะนำตัวเองด้วยชื่อใหม่ว่า พาย
      พายเติบโตมาในครอบครัวฮินดู ต่อมาได้เรียนรู้เกี่ยวกับคาทอลิกเมื่ออายุสิบสี่จากบาทหลวงชื่อคุณพ่อมาร์ติน ต่อมาเขาได้รู้จักกับกุมาร (คนละคนกับครูสอนชีววิทยา) ซึ่งเป็นมุสลิมคนหนึ่ง และได้เรียนรู้เกี่ยวกับอิสลาม ตั้งแต่นั้นเป็นต้นมาเขาได้ปฏิตามหลักของทั้งสามศาสนาอย่างเปิดเผย เมื่อครูสอนศาสนาทั้งสามมาพบกับพ่อ แม่ และพายโดยบังเอิญพร้อมกัน พายจึงถูกบังคับให้เลือกศาสนาใดศาสนาหนึ่งเพียงศาสนาเดียว แต่พายเองก็ไม่สามารถตัดสินใจได้
เมื่อพายอายุได้ 16 ปี พ่อได้ตัดสินใจที่จะปิดสวนสัตว์แล้วย้ายไปอยู่ที่โทรอนโต เนื่องจากสถานการณ์ทางการเมืองในอินเดียสมัยอินทิรา คานธีไม่ค่อยแน่นอนนัก พ่อได้ขายสัตว์ส่วนใหญ่ในสวนสัตว์ให้กับสวนสัตว์หลายแห่งในสหรัฐ และได้เดินทางข้ามมหาสมุทรแปซิฟิกไปพร้อมกับบรรดาสัตว์ด้วยเรือสินค้าชื่อ ซิมซัม แต่เรือก็จมลงขณะกำลังแล่นอยู่ในมหาสมุทรแปซิฟิก
Reviewตามใจฉัน
จากบทของหนังเรื่องนี้ แน่นอนว่าเป็นบทที่ดีเยี่ยมมีรายละเอียดข้อคิดที่เราดูแล้วอาจจะเห็นต่างกันออกไปตามความเข้าใจของตนเอง เพราะคนเราเกิดมาล้วนมี ความศรัทธาความเชื่อ ที่แตกต่างกัน 

มนุษย์คือชีวิตที่ล้วนดิ้นรนเอาชีวิตรอดจากอันตรายโดยสัญชาตญาณ บทของหนังตีความได้หลายรูปแบบแต่เมื่อเก็บเอามาคิดแล้วกลับได้ทั้งความบันเทิงและความสนุก ความรู้สึกดีๆที่มีกับเนื้อหาถึงแม้มันจะหดหู่บ้างแต่มันคือรสชาติของหนังที่สวยงาม

เป็นอีกคนที่มาดูหนังเรื่องนี้ก็เพราะว่า ภาพ เอฟเฟค CG ตระการตาภาพสวยเหมือนโลกแฟนตาซี เห็นแล้วรู้สึกอิ่มใจอย่างบอกไม่ถูก โดยหนังเกือบค่อนเรื่องจะเน้นไปที่มหาสมุทรซึ่งมันไม่น่าเบื่อเลยแม้แต่นิด มันล้วนมีลูกเล่นให้แสดงออกมา สีของมหาสมุทรยาม ค่ำคืน สีของปลา หรือว่าท้องฟ้า ก็งดงามไปซะหมด และที่ประทับใจมากๆถึงมากที่สุดคือตอนที่ พายไปถึงเกาะเมียแคท ภาพสวยงามมากๆ 

ไม่เพียงแต่บทและภาพ แต่เพลงประกอบก็สำคัญ แน่นอนว่าหนังมาแนวอินเดีย ผู้กำกับก็นำเพลงประกอบอินเดียที่เข้ากันและได้อารมณ์ร่วมกับหนังมาใส่ก็ถือว่า ใช่นี่แหละ เหมาะสุด 

สำหรับเราแล้วรู้สึกว่ามันแปลกใหม่ เพราะปกติดูแต่หนังฮอลลีวูดไม่ค่อยได้เห็นมุมมองแบบนี้สักเท่าไร
ชอบฉากนี้จริงๆ ไม่รู้ทำไม

สำหรับเรื่องนี้ให้ 9.0/10

ความคิดเห็น

บทความที่ได้รับความนิยม